หากใครได้อ่าน ใบขับขี่ไทยสู่ใบขับขี่ออสเตรเลีย (QLD) จะเห็นว่าประสบการณ์ในการเปลี่ยนใบขับขี่ประเทศไทยมาเป็นใบขับขี่ของประเทศออสเตรเลีย รัฐควีนส์แลนด์ (QLD) ของเรานั้นไม่ได้ได้มาง่ายๆ มีอุปสรรคทุกขั้นตอน ไหนจะระยะเวลาที่ใบขับขี่ประเทศไทยใกล้จะหมดอายุ แล้วใครจะไปรู้ล่ะว่าการจองคิวสอบใบขับขี่ภาคปฏิบัติที่ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งเราก็อยู่ในแถบ regional area คิวเต็มเป็นเดือน 2 เดือนขนาดนี้ แต่อันที่จริงแล้วหลังจากมานั่งทบทวนดูว่าการที่คิวสอบใบขับขี่ภาคปฏิบัติที่ออสเตรเลียนั้นยาวเป็นเงินเดือนนั่นเป็นเพราะว่าคุณจะต้องขับรถออกในสนามจริงโดยมีผู้คุมสอบที่ทรงคุณวุฒินั่งไปข้างๆคุณด้วย โดยปกติผู้คุมสอบก็จะมีอยู่ประมาณ 6-7 คนต่อหน่วยงาน แน่นอนว่าความสามารถในการจัดคิวในแต่ละวันจึงไม่เยอะเท่าไหร่ค่ะ จุดนี้ก็เป็นระบบการสอบใบขับขี่ภาคปฏิบัติที่ต่างจากที่ไทยมากๆ
นอกจากนี้แล้วในบทความ ใบขับขี่ไทยสู่ใบขับขี่ออสเตรเลีย (QLD) ยังเฉลยให้ทุกคนได้รู้ว่าเราสอบใบขับขี่ของประเทศออสเตรเลียไม่ผ่านตั้งแต่ครั้งแรกเลยจ้า และเราอยากจะแชร์ประสบการณ์ครั้งนี้ให้กับเพื่อนๆที่จะสอบใบขับขี่ภาคปฏิบัติที่ออสเตรเลียโดยเฉพาะในรัฐควีนส์แลนด์ได้ทราบว่าการสอบเป็นอย่างไร มีตรงไหนที่เราควรจะต้องระวัง มีตรงไหนที่ผู้คุมสอบจะดูเป็นพิเศษ และเพราะอะไรเราถึงสอบตกค่ะ
วันที่ 6 ธันวาคม 2023 จำได้ว่าเป็นวันที่ค่อนข้างร้อนอบอ้าววันนึง เพราะที่ออสเตรเลียเดือนธันวาคมคือฤดูร้อน ทัศนวิสัยในการขับรถปลอดโปร่ง แต่ใจของเรารู้สึกหวั่นๆ เพราะบอกตามตรงเลยว่าเราไม่แม่นเรื่องการจอดรถเทียบฟุตบาทเลยจริงๆ แล้วเวลาสอบปฏิบัติปกติเขาจะให้เราลองได้ 2 ครั้ง ถ้าไม่ผ่านคือจบ ถอยหลังเข้าซองยังพอว่า เพราะมันมีรถแค่ซ้ายกับขวา แต่ถอยจอดรถเทียบฟุตบาทเราจะต้องกะระยะทั้งลดด้านหน้าเราและรถด้านหลังเรารวมถึงฟุตบาทด้านข้างด้วย ซึ่งเราเป็นคนไม่แม่นภาคปฏิบัติในเรื่องนี้มาตั้งแต่อยู่เมืองไทยแล้ว อีกอย่างตอนอยู่เมืองไทยเราไม่ค่อยได้ขับรถสักเท่าไหร่ จันทร์ถึงศุกร์นั่งรถบริษัทตลอด มีคนขับรถให้สบาย
เมื่อไปถึง TMR ตามที่เราได้จองคิวเอาไว้ ก็ไปกดบัตรคิวและจากนั้นก็รอเรียกรวมตัวผู้ที่จะสอบภาคปฏิบัติ ซึ่งวันนั้นคนที่สอบภาคปฏิบัติเราเขาแทรกคิวให้เราได้เพราะเขารู้ว่าใบขับขี่เราจะหมดอายุวันที่ 20 ธันวาคม ซึ่งตรงนี้เราขอขอบคุณเขามากๆ โดยคนคุมสอบของเรานั้นเป็นเจ้าหน้าที่ระดับอาวุโสที่เป็นหัวหน้าผู้คุมสอบคนอื่นๆอีกที เขาก็เดินมาแนะนำตัวและให้เราพาเขาไปที่รถที่จะใช้สอบ

เมื่อขึ้นรถเขาก็จะขอให้เราเช็คไฟเลี้ยว ไฟเบรค ไฟถอยหลัง แล้วก็ให้เราลองกดปุ่มไฟฉุกเฉินซึ่งเราได้เรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษอีกคำนึงมาจากสถานการณ์นี้แหละว่าคำว่า Hazard light คือไฟฉุกเฉิน แต่ไม่รู้ว่าตอนนั้นตื่นเต้นหรือยังไง คืองงไม่รู้ว่ามันคืออะไร จนเจ้าหน้าที่ชี้ให้ดูว่ามันคือไฟฉุกเฉิน จากนั้นเจ้าหน้าที่การอธิบายข้อๆให้ฟังว่าการสอบจะใช้เวลาประมาณเท่าไหร่ เขาจะกำกับบอกทางเรายังไง เมื่อถึงเวลา ล้อก็หมุนออกสู่ถนนข้างนอก…

ขับตามทางไปเรื่อยๆซึ่งทางที่เขาบอกให้เราออกมาปุ๊ป เจอถนนใหญ่ปั๊บ ถนนใหญ่นี้มีทั้งหมด 4 เลน เจ้าหน้าที่คุมสอบก็ชวนเราคุยไปเรื่อยๆ เราเองก็ขับไปเรื่อยๆก็พาเราเข้าไปในซอยที่คล้ายเป็นหมู่บ้าน และเขาก็บอกให้เราทำ 3-point turn แต่ว่าถ้าหากว่ามันแคบเกินเขาบอกว่าจะทำ 10-point turn ก็ได้ไม่บังคับ เข้าใจว่าเขาก็คงไม่อยากให้เราเครียดนั่นแหละเพราะความเครียดคงส่งผลต่อความสามารถในการขับรถ 😀

ส่วนเวลาที่เราจะออกถนนใหญ่ เราต้องมองซ้ายมองขวาให้ดีนะคะ โดยเฉพาะเมื่อเจอป้ายสัญญาณ Stop เราต้องหยุดแบบที่เข็มชี้ความเร็วลงมาที่ 0 เลย จากนั้นเช็คซ้ายเช็คขวาโดยให้นับ 1 2 3 และก็ 1 2 3 ไปทางด้านขวาอีกที (หรือจะขวาซ้ายและแต่สถานการณ์) อันนี้ไม่ได้ตลกนะ พูดจริงๆ คือต้องให้เจ้าหน้าที่คุมสอบเห็นน่ะว่าเราหยุดแบบหยุดจริงๆ และเราเช็คซ้ายเช็คขวาจริงๆ เวลาจะเปลี่ยนเลนก็ไม่ใช่แค่ดูกระจกข้างซ้ายขวาเหมือนบ้านเราอย่างเดียว แต่ก่อนจะเปลี่ยนเลนสมมุติว่าคุณอยู่เลนซ้ายแล้วจะเปลี่ยนเข้ามาอยู่เลนขวา คุณต้องหันไปเช็คด้วยนะว่าไม่มีรถจริงๆไม่ใช่แค่เช็คกระจกข้างอย่างเดียว เพราะบางทีตัวรถมันมีจุดบอดค่ะที่แม้แต่มองกระจกข้างก็จะไม่เห็น

จากนั้นเขาก็บอกให้เราขับไปตามทางเพื่อเข้าสู่ถนนเส้นหลักของเมืองอีกเส้นหนึ่ง ขับไปเรื่อยๆไม่ซีเรียส แต่อย่าลืมนะจ๊ะว่าความเร็วห้ามเกินตามที่ป้ายกำหนดแม้แต่ขีดเดียวไม่งั้นสอบตกทันที! คือเรื่องนี้เป็นอะไรที่สำคัญมาก เจ้าหน้าที่คุมสอบก็ดูเหมือนจะชิวๆใส่แว่นดำมองนู่นมองนี่ไปเรื่อย ในมือถือเอกสารคอยขีดเขียนเกี่ยวกับการสอบปฏิบัติของเรา ซึ่งเขาไม่ได้มาจ้องเขม็งตรงหน้าจอเราหรอก แต่ขอบอกเลยว่า เขาจับตาดูอย่างใกล้ชิดมากกว่าที่คุณคิดซะอีก
ที่นี่แหละเข้าถึงจุดสำคัญ …
หลังจากขับตรงมาเรื่อยๆ ตรงหน้าเราประมาณ 200 เมตรนั่นคือวงเวียนที่มี 2 เลนซึ่งเป็นวงเวียนที่ใหญ่ที่สุดของเมือง Toowoomba ไอ้เราก็สบ๊ายยยย เพราะตอนที่ถือใบขับขี่จากประเทศไทยเราขับผ่านวงเวียนออกจะบ่อย ยิ่งตอนไปทำงานแล้วด้วยขับผ่านอย่างน้อย 2 วงเวียนทุกวัน แต่ๆๆ…ลืมไปว่าไอ้วงเวียนที่เราขับผ่านอยู่ทุกวี่ทุกวันซ้อมแล้วซ้อมอีกนั้นเป็นวงเวียนขนาดเล็กซึ่งมีแค่เลนเดียว และมี 4 Exits ส่วนวงเวียนที่มันอยู่หน้าเราเนี่ย มันเป็นวงเวียน 2 เลนและมี 5 Exits!!!

ตอนที่ขับทางตรงอยู่เนี่ยเจ้าหน้าที่เขาก็บอกว่า Once you enter the roundabout, take the fourth exit to the city เราก็พยักหน้าเข้าใจ แหม่…แค่นี้สบายมาก พอเราเริ่มขับเข้าไปใกล้เรื่อยๆเรื่อยๆ ความสับสนเริ่มมาเยือน เริ่มนึกขึ้นได้ว่าวงเวียนนี้เราไม่เคยมา แล้วไม่เคยมาขับซ้อมเลยนี่หว่า เท่านั้นแหละสมองคิดอะไรร้อยแปดพันเก้า
ด้วยความที่วงเวียนมันมีทั้งหมด 5 Exits และ 2 เลน นั่นหมายความว่าถ้าเราจะออกทางออกที่ 4 เราจะต้องอยู่เลนขวา แต่ตอนนั้นคืออยู่ซ้ายไง พอตัวรถเริ่มเคลื่อนเข้าวงเวียนปุ๊บ งงเป็นไก่ตาแตกเลยจ้า ทั้งๆที่ลูกศรบอกเลนก็อันใหญ่บะเร่อบะร่า แต่สมองเกิดอาการงง เพราะฉะนั้นให้มานั่งนับว่าทางออกที่ 4 คือทางออกไหนสมองตอนนั้นตื้อไปหมดแล้ว พอผ่านเข้ามาในวงเวียน แล้วผ่านทางออกที่ 1 และพอผ่านทางออกที่ 2 สมองดันทำงานว่าเฮ้ยถ้าเป็นทางออกที่ 4 เราต้องอยู่เลนขวาสิ เท่านั้นแหละตัดสินใจเปลี่ยนเลนทันที! (เหมือนกับว่าตอนนั้นจะเช็คแค่กระจกข้างด้านเดียวด้วยซ้ำ) เข้าเลนขวาเลย ซึ่งอันตรายมากค่ะ เพื่อที่จะออกทางออกที่ 4 ได้ทัน ผลเป็นยังไงนะหรอ? หึหึ

เราขับรถออกมาที่ช่องทางออกที่ 4 เจ้าหน้าที่คุมสอบถามว่ารู้ตัวไหมว่าทำอะไรผิดไป? แน่นอนว่าเรารู้ตัวดี อันที่จริงแล้วหากเราจะใช้ช่องทางออกที่ 4 เราควรอยู่เลนขวาตั้งแต่แรก ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็ย้ำบอกเราประมาณ 2-3 ครั้งก่อนจะถึงวงเวียน ว่าให้ใช้ทางออกที่ 4 เพื่อเข้าสู่ตัวเมือง แต่อย่างที่เรากล่าวไปในก่อนหน้าว่าตอนนั้นเรางง ได้แต่คิดในใจว่าปกติวงเวียนมันก็มี 4 ทางออกอยู่แล้วนี้ (บ้านเราอนุสาวรีย์ชัยกับวงเวียนใหญ่ยังมีแค่ 4 ทางออกเลย ฮ่าๆ) แล้วที่ Toowoomba เราก็เคยแต่ขับผ่านวงเวียนที่มีเลนเดียว เพราะฉะนั้นเลยไม่รู้ว่าต้องอยู่เลนซ้ายหรือขวา ไม่รู้ด้วยว่ามันจะส่งผลอย่างไรบ้าง…
จากนั้นเจ้าหน้าที่ก็บอกเส้นทางให้เราขับตาม ซึ่งยิ่งขับไปเรื่อยๆเราก็พอจะจับทางได้ว่าเป็นการขับกลับไปที่ TMR ทั้งหมดนี้ใช้เวลาไปไม่ถึง 20 นาที
พอมาถึง TMR จอดรถเรียบร้อยเจ้าหน้าที่ก็จะมาคุยกับเรา อธิบายว่าตรงไหนที่เราทำผิดหรือมีอะไรตรงไหนที่เราทำได้ดีแล้ว ยิ่งตรงวงเวียน 2 เลนแล้วเข้าใจว่าน่าจะมีคนสอบตกเยอะเพราะจุดนี้พี่เจ้าหน้าที่เขามีกระดาษที่ปริ้นท์ออกมาจาก google map แล้วอธิบายให้เราเข้าใจว่าเราควรอยู่เลนไหนตั้งแต่แรก นอกจากนี้เขายังบอกเราอีกด้วยว่า สถานการณ์ตอนนั้นเราจะเข้าเลนขวาทันทีแบบนั้นไม่ได้ สู้ให้เราบอกเขาได้เลย อาจจะแบบว่า ขอโทษทีค่ะ ฉันลืมเข้าเลนขวา หรือเข้าเลนขวาไม่ทันแล้วทำนองนี้ แต่เราตัดสินใจที่จะเบี่ยงเท่าเลนขวาเลยทั้งๆที่มันเป็นเส้นทึบแน่นอนว่ามันทำไม่ได้ เขาเลยให้เราตก
สถานที่คุยก็อยู่ตรงหน้าออฟฟิศ TMR เลยค่ะ แน่นอนว่าก็ไม่ใช่มีแค่เราคนเดียวหรอก ก็จะมีนักเรียนหลายๆคนที่ยืนรอฟังผลจากเจ้าหน้าที่คุมสอบยืนกันเป็นคู่ๆ ใครที่สอบผ่านก็สังเกตได้จากสีหน้าของนักเรียนได้เลยฮ่าๆๆ แต่ถ้าหากว่าใครสอบไม่ผ่านเช่นเรา เจ้าหน้าที่ก็จะแจกใบกระดาษ A4 สีขาว ที่มีเครื่องหมายติ๊กถูกหรือเครื่องหมายติ๊กผิดว่าเราทำอะไรถูกผิดไปบ้าง เอาลงไปถึง Comment ว่าทำไมเราถึงสอบตก การสอบตกในครั้งนี้ทำให้ International Driving Licence ของเรา Invalid ทันที…

หลังจากอ่านประสบการณ์สอบใบขับขี่ภาคปฏิบัติที่ออสเตรเลียของเราไปแล้วเป็นยังไงบ้างคะ? เอาจริงๆพอมามองย้อนกลับไปแล้วเราว่ามันไม่ยากเลยนะ แล้วยิ่งเป็นเมืองเล็กๆอย่าง Toowoomba ถนนหนทางที่เจ้าหน้าที่เขาพาไปสอบก็เป็นถนนเส้นเดิมๆที่เราใช้ขับขี่ประจำนั่นแหละ ไม่น่าเลย พลาดได้ไงว่าเมืองทั้งเมืองมีวงเวียน 2 เลนอยู่ที่เดียวแต่เราไม่เคยไปฝึกตรงนั้นเลย แต่ดันไปกังวลเรื่องการจอดรถเทียบข้างจนลืมนึกเรื่องนี้ไป พอเรากลับมาที่หอก็ลองเสิร์ชหาข้อมูลดูว่าการสอบใบขับขี่ภาคปฏิบัติของออสเตรเลียที่เมือง Toowoomba มีใครเจออะไรแบบไหนมาบ้าง จากข้อมูลตรงนี้ทำให้เราได้รู้ว่าวงเวียน 2 เลนที่มีอยู่แห่งเดียวในเมืองนี้ เป็นข้อบังคับที่ทุกคนที่มาสอบใบขับขี่ภาคปฏิบัติจะต้องถูกทดสอบ
ก็ถือว่าจะเป็นบทเรียนแล้วกันค่ะ จะได้ไม่พลาดอีก ถึงพลาดเราก็ได้เรียนรู้ว่าเราพลาดตรงไหน…
หลังจากสอบตกครั้งแรกเราก็ขอ Book คิวสอบภาคปฏิบัติครั้งต่อไปเลย ซึ่งเจ้าหน้าที่อาวุโสคนนี้ก็ใจดีมากๆเข้าใจสถานการณ์ของเรา เขาก็หาวันมาให้ปุ๊บปั๊บ สอบครั้งที่ 2 เป็นยังไงเดี๋ยวเราจะมารีวิวครั้งหน้าค่ะ แต่หากใครใจร้อนอยากจะลองไปอ่านประสบการณ์ของเราคร่าวๆว่าสอบผ่านหรือไม่ผ่านยังไงก็เข้าไปอ่านได้ที่ ใบขับขี่ไทยสู่ใบขับขี่ออสเตรเลีย (QLD) เลยค่ะ
ภาพจากทั้งหมด(ยกเว้นรูปสุดท้าย)จาก Google

